sentence คือประโยค มี 4 ชนิด ได้แก่ ประโยคความเดียว ความรวม ความซ้อน และ…

0
412

Sentence คือ ประโยคที่สมบูรณ์ ประกอบด้วยสองส่วนเป็นอย่างน้อย คือภาคประธาน และภาคแสดง มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 ชนิดด้วยกัน มีอะไรบ้าง มาศึกษาพร้อมกันไปเลยครับ

sentence คือ

Sentence คืออะไร

Sentence คือ ประโยคที่สมบูรณ์ดังได้กล่าวไปแล้วนั่นแหละครับ แล้วอย่างไรจึงจะเรียกว่าสมบูรณ์ ตามหลักภาษาเขาบอกว่า ประโยคทีสมบูรณ์ คือประโยคที่บอกให้เรารุ้ว่า ใคร ทำอะไร ส่วนที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร เป็นเพียงแค่ส่วนขยายเข้ามาเพิ่มเติมเท่านั้น

Sentence จะสั้นหรือยาว ก็ได้นะครับ ขึ้นอยู่กับว่ามันเป็น Sentence ประเภทไหน เช่น

  • I play football.
    ผมเล่นฟุตบอล
  • I play football and you play football.
    ผมเล่นฟุตบอล และคุณเล่นฟุตบอล
  • You play football when you are free.
    คุณเล่นฟุตบอล เมื่อตอนคุณว่าง
  • I play football ever day, but you play football when you are free.
    ผมเล่นฟุตบอลทุกวัน แต่คุณเล่นฟุตบอล เมื่อตอนคุณว่าง

จากตัวอย่างด้านบนเหล่า ทุกตัวเท่ากับ 1 ประโยค ไม่ว่าจะสั้นจะยาว หรือจะมีประธานและกริยากี่ตัวก็ตาม เพราะประโยคจะปิดท้ายด้วย . ? !

แต่ในการเรียนรู้เรื่อง ประโยคชนิดต่างๆต่อไปนี้เราจะเรียก กลุ่มคำที่ประกอบไปด้วย ประธานและกริยา ว่า Clause แปลว่า อนุประโยค

ประโยคในภาษาอังกฤษทั้ง 4 ชนิด

ประโยคในภาษาไทยจะมีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิดนะครับ ได้แก่

  1. ประโยคความเดียว
  2. ประโยคความร่วม
  3. ประโยคความซ้อน

ส่วนประโยคในภาษาอังกฤษแบ่งออกเป็น 4 ชนิดด้วยกัน มีอะไรบ้างที่เพิ่มขึ้นมาจากภาษาไทย ไปศึกษาดูพร้อมกันเลย

  1. simple sentence
  2. compound sentence
  3. complex sentence
  4. compound complex sentence

1. Simple sentence – ประโยคความเดียว

ประโยคความเดียวคือ ประโยคที่มี

  • depentdent clause 1 ประโยคเท่านั้น

⇒ อ่านเพิ่มเติม dependent clause คือ 

ภาษาไทยเรียกว่า เอกัตถประโยค

ไม่ว่าจะเป็นประโยคสั้นๆ หรือยาวๆ ถ้ามีองค์ประกอบคือ ประธาน + กริยา แค่ตัวเดียว ก็ถือว่าเป็นประโยคความเดียว เช่น

I play football.
ผมเล่นฟุตบอล

I play football every day.
ผมเล่นฟุตบอลทุกวัน

I play football with my frinds.
ผมเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆของผม

I play football with my friends after school.
ผมเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆของผมหลังเลิกเรียน

หรือจะมีกริยาช่วยเสริมอีกตัว ก็ยังถือว่ามีกริยาแค่ตัวเดียว เพราะเป็นการกระทำหรือแสดงออกแค่อันเดียว

I can play football.
ผมสามารถเล่นฟุตบอลได้

I don’t like football.
ผมไม่ชอบฟุตบอล

I am playing football.
ผมกำลังเล่นฟุตบอล

⇒ อ่านเพิ่มเติม simple sentence

2. Compound sentence – ประโยคความรวม

ประโยคความรวม คือ ประโยคที่มี

  • depentdent clause 2 ประโยคขึ้นไป

ภาษาไทยเรียกว่า อเนกัตถประโยค และมีคำเชื่อม  coordinating conjunction (and, but, or, so, for, nor, yet) เป็นตัวเชื่อม

⇒ อ่านเพิ่มเติม คำเชื่อมต่างๆในภาษาอังกฤษ 

  • She likes dogs and I like dogs too.
    หล่อนชอบสุนัขและฉันชอบสุนัขเช่นกัน
  • She likes dogs dogs but I like cats.
    หล่อนชอบสุนัขแต่ผมชอบแมว
  • She likes dogs or she likes cats.
    หล่อนชอบสุนัข ไม่ก็หล่อนชอบแมว

⇒ อ่านเพิ่มเติม compound sentence

3. Complex sentence – ประโยคความซ้อน

ประโยคความซ้อน คือ ประโยคที่มี

  • depentdent clause 1 ประโยคเท่านั้น
  • independent clause 1 ประโยคหรือมากว่า

⇒ อ่านเพิ่มเติม independent clause คือ 

เนื่องจากมี clause ซ้อนอยู่  มันเลยได้ชื่อว่าประโยคความซ้อน เพราะตัวที่ซ้อนคือ dependent clause นั่นเอง ภาษาไทยเรียกว่า สังกรประโยค

สำหรับ dependent clause ที่มาซ้อนอยู่นั้นจะเป็น noun clause, adjective clause และ adverb clause

ตัวอย่างต่อไปนี้ ตัวหนาคือ noun clause, adjective clause และ adverb clause ตามลำดับ

  • I know what you did last summer.
    ผมรู้สิ่งที่คุณทำเมื่อหน้าร้อนที่แล้ว
  • I know the man who won the lottery.
    ผมรู้จักผู้ชายคนที่ถูกล็อตเตอรรี่
  • I have know him since he was in grade one.
    ผมรู้จักเขาตั้งแต่เขาอยู่ชั้นปอหนึ่ง

⇒ อ่านเพิ่มเติม complex sentence

4. Compound – Complex sentence – ประโยคความรวมความซ้อน

ประโยคความรวมความซ้อน ประกอบไปด้วย ประโยคความรวม และประโยคความซ้อนรวมอยุ่ด้วยกัน ซึ่งองค์ประกอบของประโยคจะเป็นเช่นนี้

  • dependent clause = 2 ประโยคขึ้นไป
  • independent cluase = 1 ประโยคขึ้นไป

จริงๆแล้ว อันนี้มันก็คือประโยคความซ้อนนั่นแหละ แต่ความแตกต่างอยู่ที่ dependent clause นะครับ ถ้ามี 1 ประโยคให้ถือว่าเป็น complex แต่ถ้ามี 2 ประโยคให้ถือว่าเป็น compound complex

  • I know what you did last summer, but I will not tell anyone.
    ผมรู้สิ่งที่คุณทำหน้าร้อนที่แล้ว แต่ผมจะไม่บอกใคร
  • I love her very much, so I will do everything that will make her happy.
    ผมรักเธอมากๆ ดังนั้นผมจะทำทุกอย่างที่จะทำให้เธอมีความสุข
  • I will play football with the boy who is tall, and I will watch TV with him too.
    ผมจะเล่นฟุตบอลกับเด็กชายคนที่ตัวสูงๆ และผมจะดูทีวีกับเขาอีกด้วย

จากประโยคด้านบน ตัวดำหนาคือ dependent clause ที่แทรกอยู่ ซึ่งในแต่ละประโยตจะมี independent clause 2 ประโยค จากตัวอย่างจะเชื่อมด้วย but, so, and ตามลำดับ

⇒ อ่านเพิ่มเติม compound complex sentence

 บทเรียนที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง 

 บทเรียนแนะนำ
 หมวดคำศัพท์
 หมวดหลักไวยากรณ์
  • สรุป Tense 12 ละเอียดเข้าใจง่าย
  • Past Simple Tense บอกเล่าเรื่องในอดีต แต่ระวังการใช้คำกริยาให้ดี
 หมวดจิปาถะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here