นิทานอีสป ภาษาอังกฤษ เรื่อง หนูชนบทกับหนูเมือง The Town Mouse and the Country Mouse พร้อมคำแปล

0
564

วันนี้ขอนำเสนอนิทานอีสปเรื่อง หนูเมืองกับหนูชนบท ชื่อภาษาอังกฤษคือ ฺThe Town Mouse and the Country Mouse เป็นเวอร์ชั่นนิทานสองภาษาครับ ภาษาอังกฤษพร้อมทั้งคำแปลภาษาไทย ไดฝึกภาษาและได้ความรู้ด้วย

นิทานอีสป หนูเมืองและหนูชนบท: The Town Mouse & the Country Mouse

คำแปลของนิทานต่อไปนี้ ขอแปลแนวอิงคำศัพท์นะครับ เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้คำแปลจากคำศัพท์และประโยคภาษาอังกฤษ จะไม่เน้นความสละสลวยมากนัก

A Town Mouse once visited a relative who lived in the country. For lunch the Country Mouse served wheat stalks, roots, and acorns, with a dash of cold water for drink.

กาลครั้งหนึ่งหนูเมืองได้ไปเยี่ยมญาติผู้ที่อาศัยอยู่ในชนบท สำหรับมื้อเที่ยง หนูชนบทได้เสิร์ฟต้นข้าวสาลี รากพืช ลูกโอ๊ค พร้อมกับน้ำเย็นจำนวนนิดหน่อยสำหรับดื่ม

The Town Mouse ate very sparingly, nibbling a little of this and a little of that, and by her manner making it very plain that she ate the simple food only to be polite.

หนูเมืองกินน้อยมาก แทะอันนี้นิด อันนั้นหน่อย และจากกริยาอาการของเธอทำให้เห็นได้ชัดว่าเธอกินอาหารเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเพื่อรักษามารยาท

After the meal the friends had a long talk, or rather the Town Mouse talked about her life in the city while the Country Mouse listened.

หลังจากกินอาหารแล้ว สองสหายก็ได้พูดคุยกันเป็นเวลายาวนาน แต่ดูเหมือนหนูเมืองจะพูดเรื่องราวชีวิตของเธอในเมืองมากกว่า ส่วนหนูชนบทก็ได้แต่นั่งฟัง

They then went to bed in a cozy nest in the hedgerow and slept in quiet and comfort until morning.

ต่อมาพวกมันก็เข้านอนในรังนุ่มๆในแนวรั้ว แล้วนอนหลับด้วยความสงบและสบายจนกระทั่งเช้า


In her sleep the Country Mouse dreamed she was a Town Mouse with all the luxuries and delights of city life that her friend had described for her.

ในขณะนอนหลับ หนูชนบทฝันว่าเธอเป็นหนูเมืองที่อาศัยอยู่ในเมืองด้วยความสะดวกสบายและมีชีวิตหรูหรา เหมือนกับที่เพื่อนของเธอได้พรรณาเอาไว้

So the next day when the Town Mouse asked the Country Mouse to go home with her to the city, she gladly said yes.

ดังนั้น ในวันต่อมา เมื่อหนูเมืองขอให้หนูชนบทกลับบ้านที่อยู่ในเมืองกับเธอ หนูชนบทก็ตอบรับด้วยความดีใจ

When they reached the mansion in which the Town Mouse lived, they found on the table in the dining room the leavings of a very fine banquet.

เมื่อพวกมันมาถึงคฤหาสถ์ที่ซึ่งหนูเมืองอาศัยอยู่ พวกมันก็พบว่าบนโต๊ะในห้องกินข้าว มีเศษอาหารต่างๆอย่างดี

There were sweetmeats and jellies, pastries, delicious cheeses, indeed, the most tempting foods that a Mouse can imagine.

มีขนมหวาน เยลลี่ ขนมอบ เนยแข็งอร่อยๆ จริงๆคืออาหารที่ยั่วยวนที่หนูจะจินตนาการได้

But just as the Country Mouse was about to nibble a dainty bit of pastry, she heard a Cat mew loudly and scratch at the door.

แต่ขณะที่หนูชนบทกำลังจะแทะเล็มขนมอบชิ้นงาม เธอก็ได้ยินเสียงแมวร้องอย่างดัง และข่วนที่ประตู่

In great fear the Mice scurried to a hiding place, where they lay quite still for a long time, hardly daring to breathe.

ด้วยความกลัวอย่างมาก หนูก็หนีอย่างรวดเร็วไปยังที่ซ่อน ที่ซึ่งพวกมันอยู่นิ่งๆเป็นเวลานาน แทบไม่กล้าจะหายใจ

When at last they ventured back to the feast, the door opened suddenly and in came the servants to clear the table, followed by the House Dog.

ท้ายที่สุด แมื่อพวกมันก็หวนกลับไปยังงานกินเลี้ยง ประตูก็เปิดทันใด และคนใช้ก็มาทำความสะอาดโต๊ะ ติดตามโดยหมาเฝ้าบ้าน

The Country Mouse stopped in the Town Mouse’s den only long enough to pick up her carpet bag and umbrella.

หนูชนบทอยุดอยู่ที่รังของหนูเมืองนานสักพัก เพื่อเก็บถุงพรมและร่มของเธอ

“You may have luxuries and dainties that I have not,” she said as she hurried away, “but I prefer my plain food and simple life in the country with the peace and security that go with it.”

“คุณอาจจะมีชีวิตที่หรูหรา และงดงามซึ่งฉันไม่มี” หนูชนบทพูดขณะที่เดินจากไปอย่างเร็ว “แต่ฉันชอบอาหารธรรมดาๆ และชีวิตง่ายๆในชนบทที่มีแต่ความสงบและความปลอดภัยที่มีอยู่”

Moral (คติสอนใจ)

Poverty with security is better than plenty in the midst of fear and uncertainty.

จนยากแต่ปลอดภัย ดีกว่ามั่งมีท่ามกลางความกลัวและความไม่แน่นอน

ขอ 5 ดาวให้บทเรียนด้วยครับผม...

คลิกดาวดวงที่ขวามือสุดเลยครับครับ...

Average rating 4.3 / 5. Vote count: 11

ยังไม่มีใครให้ดาว คุณคือคนแรก....