หลักการใช้ Verb to do (do, does) การเปลี่ยนประโยคบอกเล่าเป็นปฏิเสธ คำถาม

หลักการใช้ verb to do

  • หลักการใช้ Verb to do คือ ประธานเอกพจน์ ใช้ does ประธานพหูพจน์ใช้ do
He, She, It, A cat
does
I, You, We, They, Cats
do

จริงๆแล้วคำว่า does คือการเติม s ที่ท้ายคำว่า do แต่ไม่ได้เติม s เฉยๆ แต่เป็นการเติม es  ตามหลักการทางภาษา

การย่อรูป

ปกติจะย่อรูปประโยคปฏิเสธเท่านั้น

do not = don’t  ดู น็อท = โดนท

does not = doesn’t  ดัส น็อท = ดัสเซินท

verb to do กับความหมายในประโยคต่างๆ

ประโยคบอกเล่า

He, She, It, A cat
does
ส่วนขยาย
I,You, We, They, Cats
do
ส่วนขยาย

1. ประโยคบอกเล่า ( ประธาน + do, does) แปลว่า ทำ จะทำอะไรบ้างนั้น ดูจากตัวอย่างเลย

I do the ironing in the morning.  ฉันรีดผ้าในตอนเช้า
You do the laundry everyday. คุณซักผ้าทุกวัน
We do the washing after dinner. พวกเราล้างจานหลังอาหารเย็น
He does homework in the evening. เขาทำการบ้านในตอนเย็น
My mom does housework everyday. แม่ของฉันทำงานบ้านทุกวัน

2. ประโยคบอกเล่า ( ประธาน + do, does+ กริยาช่องที่ 1 (ไม่ต้องเติม s) ) แปลว่า จริงๆ ใช้เพื่อเน้น แต่ไม่ค่อยได้ใช้หรอก ยกตัวอย่างให้ดูเฉยๆ

I do love you. ผมรักคุณจริงๆ
She does clean the floor everyday. หล่อนทำความสะอาดพื้นทุกวันจริงๆ
We do go to school early. พวกเราไปโรงเรียนแต่เช้าจริงๆ

ประโยคปฏิเสธ

  •   do + not / does + not ใช้เป็นคำปฏิเสธใน present simple tense
He, She, It, A cat
does not
กริยาช่องที่1
I, You, We, They, Cats
do not
กริยาช่องที่ 1

 

I don’t  know.ผมไม่รู้

He doesn’t  love you. เขาไม่รักคุณ
She doesn’t  play football. หล่อนไม่เล่นฟุตบอล
It doesn’t rain everyday. ฝนไม่ตกทุกวัน
A cat doesn’t  eat rice. แมวไม่กินข้าว

You don’t drink coffee in the morning. คุณไม่ดื่มกาแฟในตอนเช้า
We don’t  go to school everyday. พวกเราไม่ไปโรงเรียนทุกวัน
They don’t  read newspapers.พวกเขาไม่อ่านหนังสือพิมพ์
Cats don’t sleep on the roof. แมวทั้งหลายไม่นอนบนหลังคา

ประโยคคำถาม  Yes / No Question

การทำประโยคคำถามให้เอา Do , Does  มาวางไว้หน้าประโยค ตามหลักที่ว่า การสร้างประโยคบอกเล่าเป็นคำถามนั้น ถ้าไม่กริยาช่วย (is, am, are/ can/ should/ must) ในประโยค ให้เอา Verb to do มาใช้แทน

ประโยคคำถามแบ่งออกเป็นสองประเด็นคือ ถามในรูปแบบบอกเล่า และถามรูปแบบปฏิเสธ

1. การถามในรูปแบบบอกเล่า

Does
he, she, it, a cat
กริยาช่องที่ 1
Do
I, you, we, they, cats
กริยาช่องที่ 1
  • I love a cat? ผมรักแมว
    Dolove a cat? ผมรักแมวใช่ไหม
    Yes, you do./ No, you don’t. ใช่ / ไม่ใช่
  • He comes from China. เขามาจากจีน
    Does
    he come from China.? เขามาจากจีนใช่ไหม
    Yes, he does.  No, he doesn’t.ใช่ / ไม่ใช่
  • She likes football. หล่อนชอบฟุตบอล
    Does
    she like football? หล่อนชอบฟุตบอลใช่ไหม
    Yes, she does.  No, she doesn’t.ใช่ / ไม่ใช่
  • It rain in July. ฝนตกในเดือนกรกฎาคม
    Does
    it rain in July? ฝนตกในเดือนกรกฎาคาใช่ไหม
    Yes, it does.  No, it doesn’t.ใช่ / ไม่ใช่
  • A cat eats fish. แมวกินปลา
    Does
    a cat eat fish? แมวกินปลาใช่ไหม
    Yes, a cat does.  No, a cat doesn’t.ใช่ / ไม่ใช่
  • You go to school by car. คุณไปโรงเรียนโดยรถยนต์
    Do
    you go to school by car. คุณไปโรงเรียนโดยรถยนต์ใช่ไหม
    Yes, I do. / No, I don’t. ใช่  / ไม่ใช่
  • We eat rice everyday. พวกเรากินข้าวทุกวัน
    Do
    we eat rice everyday? พวกเรากินข้าวทุกวันใช่ไหม
    Yes, we do. / No, we don’t. ใช่  / ไม่ใช่
  • They sell fruit. พวกเขาขายผลไม้
    Do they sell  fruit? พวกเขาขายผลไม้ใช่ไหม
    Yes, they do. / No, they don’t. ใช่  / ไม่ใช่
  • Cats sleep at night. แมวนอนตอนกลางคืน
    Do
    cats sleep at night? แมวทั้งหลายนอนตอนกลางคืนใช่ไหม
    Yes, cats do. / No, cats don’t. ใช่  / ไม่ใช่

2. การถามในรูปแบบปฏิเสธ

การถามในรูปปฏิเสธแบ่งออกอีกสองประเด็นคือ ในรูปแบบเต็ม และรูปแบบย่อ แต่นิยมถามในรูปย่อมากกว่า

  • รูปแบบเต็ม
Does
he, she, it, a cat
not
กริยาช่องที่ 1
Do
I, you, we, they, cats
not
กริยาช่องที่ 1
  • รูปแบบย่อ
Doesn’t
he, she, it, a cat
กริยาช่องที่ 1
a car?
Don’t
I, you, we, they, cats
กริยาช่องที่ 1
a car?
  • Do I not love a cat? ผมไม่รักแมวใช่ไหม
    Yes, you do./ No, you don’t. ใช่ / ไม่ใช่
  • Doesn’t he come from China.? เขาไม่ได้มาจากจีนใช่ไหม
    Yes, he does.  No, he doesn’t.ใช่ / ไม่ใช่
  • Does she not like football? หล่อนไม่ชอบฟุตบอลใช่ไหม
    Yes, she does.  No, she doesn’t.ใช่ / ไม่ใช่
  • Doesn’t it rain in July? ฝนไม่ตกในเดือนกรกฎาคมใช่ไหม
    Yes, it does.  No, it doesn’t.ใช่ / ไม่ใช่
  • Does a cat not eat fish? แมวไม่กินปลาใช่ไหม
    Yes, a cat does.  No, a cat doesn’t.ใช่ / ไม่ใช่
  • Don’t you go  to school by car. คุณไม่ได้ไปโรงเรียนโดยรถยนต์ใช่ไหม
    Yes, I do. / No, I don’t. ใช่  / ไม่ใช่
  • Do we not eat rice everyday? พวกเราไม่กินข้าวทุกวันใช่ไหม
    Yes, we do. / No, we don’t. ใช่  / ไม่ใช่
  • Don’t they sell  fruit? พวกเขาไม่ได้ขายผลไม้ใช่ไหม
    Yes, they do. / No, they don’t. ใช่  / ไม่ใช่
  • Do cats not sleep at night? แมวทั้งหลายไม่นอนกลางคืนใช่ไหม
    Yes, cats do. / No, cats don’t. ใช่  / ไม่ใช่

*** ไม่ว่าคำถามจะเป็นอย่างไร ถ้ามีก็บอกว่าใช่ ถ้าไม่มีก็บอกว่าไม่ เช่น ผมรักคุณนะ แล้วคุณมาถาม

Do you love? คุณรักฉันใช่ไหม
Yes, I do. ใช่ (ถูกต้องครับ เพราะผมรักคุณจริงๆ)

Don’t  you love me? คุณไม่รักฉันใช่ไหม
คุณจะตอบว่าอย่างไร
Yes, I do. ใช่ (แปลว่ารัก)
No, I don’t. ไม่ใช่ (แปลว่าไม่รัก)
ต้องตอบว่า Yes  นะครับ ถ้าตอบว่า No หมายความว่าผมไม่รักคุณเลย

ประโยคคำถาม Wh- Question

ให้เอาคำเหล่านี้ (Who, What, Where, When, Why, How) นำหน้าประโยค ตามด้วย do

Who do you love? คุณรักใคร
I love John. ฉันรักจอห์น

What do you like? คุณชอบอะไร
I like a cat. ฉันชอบแมว

Where do you usually go on weekends? ปกติคุณไปไหนในวันหยุดสุดสัปดาห์
I usually go to the market?  ปกติผมไปตลาด

When does rainy season start? ฤดูฝนเริ่มเมื่อไหร่
It begins around July. มันเริ่มราวๆ เดือนกรกฎาคม

Why do you have to go now? ทำไมคุณต้องไปเดี๋ยวนี้
My friends are waiting for me. เพื่อนของฉันคอยอยู่

How long does it take? มันต้องใช้เวลานานเท่าไหร่
About ten minutes. ประมาณ 10 นาที ประมาณ 10 นาที

Advertisements

.

Comments

Comments

Leave a Reply