Menu

admin Archive

ประโยคภาษาอังกฤษ การทักทายไม่เป็นทางการ

 ประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้ในการทักทายอย่างไม่เป็นทางการที่ใช้กันบ่อยๆ ก็ให้จดจำสองคำนี้เอาไว้เป็นพอครับ การทักทายอย่างไม่เป็นทางการคือการทักทายแบบเป็นกันเอง กับคนที่เรารู้จักหรือสนิทสนมเป็นอย่างดี โดยไม่เกี่ยวกับอายุ เช่น คนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นปู่ย่ากับหลานๆ หรือพ่อแม่ลูก หรือจะเป็นครูกับนักเรียน เพื่อนๆร่วมชั้นเป็นต้น สรุปเอาง่ายๆว่า ทักทายคนที่มักคุ้นกันอย่างดีก็แล้วกันครับ ประโยคภาษาอังกฤษ ใช้ในการทักทายแบบไม่เป็นทางการ Hi  ฮ๊าย  หวัดดี Hello เฮ็ลโล๊  สวัสดี การนำไปใช้ ก็ให้ต่อท้ายด้วยชื่อของคนๆนั้น เช่น Hi, Jane. ฮ๊าย เจน   หวัดดี เจน Hi, Sam. ฮ๊าย แซม   หวัดดีแซม Hello, Mr. Tom. เฮ็ลโล๊ มิ๊สเตอ ทอม สวัสดีคุณทอม Hello, Susan. เฮ็ลโล๊ ซู๊ซัน สวัสดี ซูซาน เอาสำนวนเหล่านี้ไปฝึกใช้กันนะครับ การเรียนภาษาอังกฤษให้เรียนแบบค่อยเป็นค่อยไป เดี๋ยวภาษาก็จะซึมซับเองโดยอัตโนมัติ คำแนะนำ ต่อไปให้ศึกษาคำทักทายอย่างเป็นทางการนะครับ

แผนการสอนภาษาอังกฤษ ป.1 – แผนการจัดการเรียนรู้หลักสูตร 2551

แผนการสอนภาษาอังกฤษ ป.1 หรือที่เรียกกันว่า แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษนั่นแหละครับ เป็นแผนตามหลักสูตรใหม่ 2551 นะครับ ภาษาอังกฤษถือว่าเป็นภาษาที่สำคัญเพราะเรากำลังจะก้าวสู่ประชาคมอาเซียนแล้ว    ดาวน์โหลดแผนการสอนภาษาอังกฤษ ป.1 คลิก หน่วยที่ 1 – บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย และประโยคที่ใช้แนะนำตนเอง เช่น Hi, Hello – คำและประโยคที่ใช้ในการพูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เช่น บอกชื่อ – วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น การใช้สีหน้าและท่าทางประกอบการพูดขณะแนะนำ ตัวเองหรือผู้อื่น – กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การร้องเพลง หน่วยที่ 2 –  บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย และประโยคที่ใช้แนะนำตัวเอง –  คำสั่งที่ใช้ในห้องเรียน เช่น look, listen, stand up, sit down, open your book –  คำศัพท์ และประโยคที่ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เช่น   

เรียนภาษาอังกฤษอย่างไรให้ได้ผล ต้องทำเยี่ยงนี้

เรียนภาษาอังกฤษอย่างไรให้ได้ผล เรียนภาษาอังกฤษควรเริ่มตรงไหนดี สองคำถามนี้่จะเกิดขึ้นกับคนที่กำลังคิดจะเริ่มเรียนภาษาอังกฤษเป็นแน่แท้ แต่หารู้ไม่ว่าแม้แต่นักเรียนเอง บางทีก็มีความสงสัยเหมือนกัน เรียนไปเรียนมายังไม่ทันพูดเป็น ยังแปลไม่ค่อยได้เลย อ้าวจบมัธยมหก จบปริญญาตรีกันเสียแล้ว ท้ายที่สุดก็ได้แค่ แค็ท ดอก เบิด แค่นั้นเอง ทีนี้เราลองมาวิเคราะกันดูสิว่า เราจะเรียนภาษาอังกฤษอย่างไรจึงจะได้ผล  เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ดีไหม เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ก็สะดวกดีเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา เรียนซ้ำก็ได้  เรียนภาษาอังกฤษฟรีมีไหม ทุกวันนี้สื่อดีๆ ฟรีๆ ก็มีถมเถไปครับ หาตาม Google นั่นแหละ อยากได้บทเรียนแบบไหนก็ค้นหาเอา เรียนภาษาอังกฤษที่ไหนดี อยู่ที่ว่าเราจะเรียนเพื่ออะไร ถ้าเรียนเพื่อการสนทนาก็เรียนกับครูฝรั่งเลย แต่ถ้าเน้นไวยากรณ์เพื่อการอ่านเนื้อหาก็เรียนกับครูไทยก็ได้ เรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองจะเป็นอย่างไร ข้อนี้ใครทำได้ถือว่ามีความใฝ่เรียนอย่างแท้จริง แต่ต้องมีที่ปรึกษาว่าควรเริ่มตรงไหนดี การเรียนภาษาทุกภาษานั้นจะมีความคล้ายกันหมดเลยคือ เริ่มจากการฟัง พูด อ่าน และเขียนเป็นลำดับสุดท้าย สังเกตจากการเรียนรู้ภาษาของเด็กทารกก็ได้ เขาจะเริ่มฟังพ่อแม่ก่อน หลังจากนั้นก็เริ่มหัดพูดจนพูดได้ แล้วก็เข้าโรงเรียนเพื่อฝึกอ่านเขียนตามลำดับ นี่คือกระบวนการเรียนรู้ภาษาที่ถูกต้อง อ้าวแล้วพ่อแม่เราไม่ใช่ฝรั่งเลยเราจะเรียนรู้ตามกระบวนการนั้นได้ไหม ตอบว่าได้เหมือนกันครับ แต่แพงหน่อย กล่าวคือเข้าเรียนโรงเรียนสองภาษาตั้งแต่เล็กๆเลย เอาตั้งแต่ก่อนปฐมวัยนั่นแหละยิ่งดี เด็กจะไม่มีการต่อต้านในการเรียนภาษา เขาไม่ได้รู้สึกว่านั่นคือการเรียน แต่ถ้ามาสอนตอนโตแล้วมันจะเป็นยาขมไปเลยครับ แล้วถ้าไม่มีตังค์ที่จะเข้าโรงเรียนดังกล่าว สามารถที่จะเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้ไหม ตอบเลยว่าได้เหมือนกัน

ออกเสียงอย่างไรให้คล้ายฝรั่งที่สุด แม้ไม่เป๊ะแต่ก็ 99 %

มีหลายคนที่ฟังฝรั่งไม่ค่อยออกทั้งที่เป็นประโยคที่เรารู้จักดีเสียด้วย ซึ่งพอฟังดูแล้วปรากฏว่าเขาออกเสียงไม่เหมือนเราเลย ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ลองมาดูกันซิว่าฝรั่งเค้าออกเสียงอย่างไรกันแน่ การอ่านออกเสียงเป็นคำๆ การอ่านออกเสียงเป็นคำก็ไม่มีอะไรซับซ้อนมากมาย อ่านตรงตัวในดิกชันนารีก็ใกล้เคียงแล้วแหละ เช่น cat  แค็ท dog  ดอก bird  เบิด pen  เพ็น แต่ถ้าคำนั้นมีตั้งแต่สองพยางค์ขึ้นไป จะต้องมีคำหนึ่งที่จะต้องเน้นเสียงเป็นพิเศษ หลักการง่ายๆคือ ออกเสียงเป็นเสียงตรี ถ้าดูในดิกชันนารีจะขีดเส้นใต้บ้าง หรือขีดด้านบนบ้าง เพื่อให้รู้ว่าพยางค์นั้นต้องเน้นเสียง เช่น tiger  ไท๊เกอะ doctor ด๊อคเทอะ dictionary ดิ๊กชันนะริ about อะเบ๊า situation ซิทชุเอ๊เชิน   การอ่านออกเสียงในประโยค การอ่านออกเสียงในประโยคก็เป็นให้ยึดการอ่านคำดังด้านบนเป็นเกณฑ์นะครับ  แต่การอ่านประโยคให้ยึดเกณฑ์ไว้ว่า คำไหนที่ขึ้นต้นด้วย ตัว อ ให้ตัด ตัว อ ออก แล้วเอาตัวสะกดด้านหน้ามาใส่แทนครับ แต่ถ้า อ อยู่หน้าประโยคก็ไม่ต้องตัดออก เช่น Please stand up. พลีส สแตนด

เรียนภาษาอังกฤษจากเพลง You’ve Got A Way – Shania Twain

เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงวันนี้ขอเสนอบทเพลงเพราะๆจาก ชาเนีย ทเวน ครับ เป็นบทเพลงหวานๆโดนใจ You’ve Got a Way เนื้อเพลง You’ve got a way with me Somehow you got me to believe In everything that I could be I’ve gotta say-you really got a way You’ve got a way it seems You gave me faith to find my dreams You’ll never know just what that