skip to Main Content

AM PM คืออะไร AM A.M. a.m. ย่อแบบไหน และใช้ยังไง ฉบับอธิบายละเอียด

AM PM คืออะไร ย่อมาจากอะไร และใช้ยังไง และตัวย่อแบบไหนจึงจะถูก a.m. AM หรือว่า A.M.  ยังคงเป็นประเด็นให้สับสนสำหรับหลายๆคนที่ยังไม่เข้าใจระบบเวลาแบบ 12 ชั่วโมงอยู่ไม่มากก็น้อย เอาแค่ตอนเช้าเนี่ยเขาใช้ a.m. หรือ p.m. ก็จำไม่ได้แล้ว  การใช้ AM และ PM AM PM ย่อมาจากอะไร AM PM ย่อแบบไหนถูก AM PM นำไปใช้อย่างไร ตารางเปรียบเทียบเวลา 12 ชั่วโมงและ 24 ชั่วโมง AM PM ย่อมาจากอะไร AM…

Read More

พูดภาษาอังกฤษจากบทสนทนาง่ายๆ ก็พูดเก่งปร๋อได้เหมือนกัน

พูดภาษาอังกฤษควรเริ่มจากตรงไหนดี อยากพูดภาษาอังกฤษเก่งๆต้องทำไง อยากพูดภาษาอังกฤษให้คล่องเหมือนเจ้าของภาษาใช้เวลานานไหม บลาๆๆ สารพัดคำถามที่พรั่งพรูออกมาจากใจของคนที่อยากพูดภาษาอังกฤษเก่งๆ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหนดี เหมือนกับคนที่อยากจะปีนเขาสูงแต่ยังไม่รู้เลยว่าอุปกรณ์ที่จะปีนมีอะไรบ้าง ต้องใช้เวลาในการฝึกอย่างไรจึงจะพิชิตยอดเขาได้ การฝึกพูดภาษาอังกฤษเริ่มจากตรงไหนดี เริ่มต้นที่ต้องอ้าปากครับ ครับบอกไม่ผิดหรอกครับ เหตุผลหนึ่งที่คนไทยส่วนใหญ่ยังพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยเก่งคือ ไม่กล้าพูด กลัวว่าพูดแล้วออกเสียงไม่ถูก กลัวเขาหัวเราะเยาะว่าสำเนียงไม่เหมือนเจ้าของภาษา อยากจะบอกตรงนี้ว่า สำเนียงส่อภาษานั้นเป็นเรื่องจริงอย่างหนึ่งว่าเราเติบโตในดินแดนไหน เราก็จะได้สำเนียงของที่นั้นๆแหละครับ เวลาพูดอังกฤษเราก็ใช้สำเนียงไทยๆนี่แหละ เพียงแต่ออกเสียงให้มันถูกต้องแค่นั้นแหละ และการที่เราพูดผิดบ้างเล็กๆน้อยๆไม่ใช่ประเด็นสำคัญในการสนทนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสนทนากับเจ้าของภาษา ถ้าเราสามารถสื่อสารให้เขาเข้าใจก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว และถ้ามีประโยคไหนที่เรารู้ว่าเราพูดผิดไปนะ มันก็จะเป็นครูสอนตัวเราเองว่า เออเมื่อกี้พูดผิดไปนี่นา คราต่อไปมันก็จะผิดน้อยลง และจะไม่ผิดเลยในที่สุด ส่วนเจ้าของภาษาเองเขาจะยินดีด้วยซ้ำที่เราสามารถสื่อสารกับเขาได้ อยากพูดภาษาอังกฤษเก่งๆต้องทำไง ขอตอบว่าต้องฝึกครับ คำถามนี้อย่าว่าแต่การพูดภาษาอังกฤษเลย ทุกเรื่องนั่นแหละ มาดูตรรกะง่ายๆก่อนครับ ด.ญ. เอ : ฉันอยากเก่ง >> แต่ฉันไม่ฝึก…

Read More

Me too. กับ You too ใช้ต่างกันอย่างนี้

Mee too. กับ You, too. ใช้ต่างกันอย่างไร มีวิธีสังเกตุง่ายๆให้ดูที่คำแปล Mee too. แปลว่า ฉันด้วยเช่นกัน (คุณจะอะไรกับใคร ฉันก็จะอันนั้นด้วย) You too. แปลว่า คุณด้วยเช่นกัน (คุณจะอะไรกับฉัน ฉันก็จะอันนั้นกับคุณ) A: I love you. ผมรักคุณ B: You too.  = I love you too.  ฉันก็รักคุณด้วยเช่นกัน A: I like cats. ฉันชอบแมว B: Me…

Read More

เวลาภาษาอังกฤษ ฝึกอ่านบอกเวลาภาษาอังกฤษง่ายๆที่ซู้ด มาดูกันเล้ย

การบอกเวลาภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรมากมายเลยครับ และการอ่านเวลาภาษาอังกฤษน่าจะง่ายกว่าของภาษาไทยด้วยซ้ำไป อันนี้พูดในแง่ของการบอกเวลาแบบง่ายๆนะครับ มาเรียนรู้การอ่านบอกเวลากันดีกว่าครับ การบอกเวลาภาษาอังกฤษ การบอกเวลาภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ การบอกเวลาภาษาอังกฤษแบบไม่ง่าย การบอกเวลาในภาษาอังกฤษ มีทั้งการบอกเวลาแบบง่ายๆที่ใช้ในการสนทนาทั่วๆไป และอีกแบบหนึ่งคือการบอกเวลาแบบเป็นทางการ หรือแบบยากขึ้นมานึดหนึ่ง แต่จะว่ายากมันก็ไม่เชิง แต่มันก็จะงงๆหน่อย เพราะมีการนับนาทีแบบถอยหลังด้วย แต่คนไทยก็ใช้นะคับแบบนับถอยหลัง เช่น ก : นาย ตอนนี้กี่โมงแล้ว ข: อ๋อ  อีกห้านาทีสี่โมงเย็น เห็นไหมครับว่าการอ่านเวลาภาษาอังกฤษกับไทยก็ยังมีความคล้ายกันอยู่ดี เราแค่ทำความเข้าใจหน่อยเดียวแค่นั้นเอง การบอกเวลาภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ → คำว่า "เวลา" ภาษาอังกฤษคือ "Time" และการถามเวลาแบบง่ายๆ ใช้ได้ทุกสถานการณ์คือ What time is it? ว็อท ไทม อิส อิท…

Read More

Green นอกจากแปลว่าสีเขียวแล้ว ยังว่ามือใหม่ครับ

Green อ่านว่า กรีน คำนี้แปลว่าสีเขียวครับ ตัวอย่างเช่น The grass is green. หญ้าสีเขียน The green hat is very big. หมวกใบสีเขียวใหญ่มาก นอกจากนี้แล้วยังแปลว่า มือใหม่ หรือ ไร้ประสบการณ์ ได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น I'm a bit green at playing the quitar. ฉัน ค่อนข้าง มือใหม่ ในการเล่น กีต้าร์ My sister is very…

Read More

การอ่านปีคริสตศักราช เป็นภาษาอังกฤษ

การอ่านปีคริสตศักราช ถ้าอ่านเป็นไทยก็ไม่ยากเท่าไหร่ เช่น 1900 = หนึ่งพันเก้าร้อย 1950 = หนึ่งพันเก้าร้อยห้าสิบ 1985 = หนึ่งพันเก้าร้อยแปดสิบห้า 2008 = สองพันแปด 2013 = สองพันสิบสาม 2020 = สองพันยี่สิบ แต่การอ่านปีคริสตศักราชเป็นภาษาอังกฤษแตกต่างกันตรงที่บางปีจะอ่านทีละสองตัว บางปีอ่านคล้ายไทย 1900 = ไนนทีน ฮันเดริด 1950 = ไนนทีน ฟิฟทิ 1985 = ไนนทีน เอททิ ไฟฝ 2008 = ทู เธาเซินด…

Read More

Nice to meet you. กับ Nice to see you. ใช้ต่างกันดังนี้

มีคำถามเข้ามาว่า Nice to meet you. กับ Nice to see you. ใช้ต่างกันอย่างไร ก่อนอื่นต้องรู้จักรู้จักสำนวนไทยๆก่อนครับนั่นคือ "ยินดีที่ได้รู้จัก" กับ "ดีใจที่ได้เจอคุณ" สองสำนวนนี้มีความแตกต่างกันคือ ยินดีที่ได้รู้จัก ไว้กล่าวหลังจากมีการแนะนำให้รู้จักกัน ดีใจที่ได้เจอคุณ ไว้กล่าวเมื่่อเจอกันครั้งที่สองเป็นต้นไป มาดูสำนวนที่ควรจดจำไว้กันดีกว่าครับ กล่าวหลังจากมีการแนะนำให้รู้จักกัน Pleased to meet you. พลีสด ทุ มีท ยู (ยินดีที่ได้รู้จัก สำนวนนี้เป็นทางการ เหมาะกับนักธุรกิจ) Nice to meet you. ไนซ ทุ มีท…

Read More