จะใช้ a หรือ an ดี? จำง่าย ๆ ว่าให้ฟัง เสียงต้นของคำถัดไป ถ้าเริ่มด้วยเสียงสระ ใช้ an เช่น an apple และ an hour แม้ตัวอักษรแรกของคำหลังจะไม่ได้เป็นสระเสมอไป
บทความนี้สรุปความหมายของ an วิธีเลือกใช้ ตัวอย่างที่เจอบ่อย และคำที่ทำให้สับสน โดยเน้นกฎเรื่อง “เสียง” ซึ่งช่วยให้ใช้ได้ถูกแม้เจอคำสะกดไม่คุ้น

An คืออะไร?
An เป็น indefinite article หรือคำนำหน้านามแบบไม่ชี้เฉพาะ ใช้กับ คำนามนับได้เอกพจน์ เมื่อเสียงต้นของคำถัดไปเป็นเสียงสระ โดยมักพูดถึงสิ่งหนึ่งเป็นครั้งแรกหรือยังไม่ระบุว่าเป็นสิ่งไหน เช่น an egg (ไข่หนึ่งฟอง) หรือ an idea (ความคิดหนึ่งอย่าง)
ในภาษาไทยหลายครั้งเราไม่แปล an ออกมาตรง ๆ เช่น She has an umbrella. แปลว่า “เธอมีร่มคันหนึ่ง” จะเติมคำว่า “หนึ่ง” หรือไม่ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและบริบท
หลักการใช้ an
1. ใช้เมื่อคำถัดไปเริ่มด้วยเสียงสระ
เสียงสระในภาษาอังกฤษรวมถึงเสียงอย่าง /æ/, /e/, /ɪ/, /ɒ/ และ /ʌ/ ตัวอย่างเช่น an apple, an egg, an insect, an orange และ an umbrella เลือกจากเสียงที่ออกจริง ไม่ใช่ดูเฉพาะตัวอักษร
2. ดูคำที่ตามหลัง article โดยตรง
ถ้ามีคำคุณศัพท์อยู่หน้าคำนาม ให้ฟังเสียงของคำคุณศัพท์ซึ่งอยู่ถัดจาก an เช่น an interesting story แต่ถ้าคำคุณศัพท์เริ่มด้วยเสียงพยัญชนะ ให้ใช้ a แม้คำนามข้างหลังจะขึ้นต้นด้วยเสียงสระ เช่น a beautiful orange
3. ใช้กับคำที่มีตัวอักษรต้นเป็นพยัญชนะ แต่เสียงต้นเป็นสระ
บางคำมีตัวอักษรแรกเป็นพยัญชนะ แต่ไม่ออกเสียง หรือออกเสียงเป็นเสียงสระ จึงใช้ an เช่น:
- an hour — หนึ่งชั่วโมง (ตัว h ไม่ออกเสียง)
- an honest person — คนซื่อสัตย์คนหนึ่ง (ตัว h ไม่ออกเสียง)
- an MBA student — นักศึกษา MBA คนหนึ่ง (ชื่ออักษร M ออกเสียงขึ้นต้นด้วย /e/)
- an FBI agent — เจ้าหน้าที่ FBI คนหนึ่ง (ชื่ออักษร F ออกเสียงขึ้นต้นด้วย /e/)
4. ใช้บอกอาชีพหรืออัตราต่อหน่วยได้
หลักการนี้เหมือน a เพราะทั้งสองคำเป็น indefinite article เช่น He is an artist. — เขาเป็นศิลปิน และ Take this medicine once an hour. — กินยานี้ทุกหนึ่งชั่วโมง
ตัวอย่างประโยค an พร้อมคำแปล
- I ate an apple after lunch. — ฉันกินแอปเปิลหนึ่งผลหลังอาหารกลางวัน
- She gave me an answer. — เธอให้คำตอบฉันหนึ่งคำตอบ
- It was an unusual day. — มันเป็นวันที่ไม่ธรรมดา
- We waited for an hour. — พวกเรารอเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง
- What an amazing idea! — เป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมอะไรอย่างนี้!
An ต่างจาก a และ the อย่างไร?
An และ a ต่างก็ใช้กับคำนามนับได้เอกพจน์ที่ยังไม่ชี้เฉพาะ ต่างกันตรงเสียงต้นของคำถัดไป: an มาก่อนเสียงสระ ส่วน a มาก่อนเสียงพยัญชนะ ขณะที่ the ใช้เมื่อพูดถึงสิ่งที่เฉพาะเจาะจงหรือรู้กันว่าเป็นอันไหน
- an orange — ส้มผลหนึ่ง (เสียงต้นเป็นสระ)
- a useful book — หนังสือที่มีประโยชน์เล่มหนึ่ง (คำว่า useful ขึ้นต้นด้วยเสียง /j/ คล้าย “ยู”)
- the orange on the table — ส้มผลที่อยู่บนโต๊ะ (ระบุชัดว่าผลไหน)
อ่านต่อได้ที่ วิธีใช้ a และ หลักการใช้ the
เมื่อไรไม่ใช้ an?
ไม่ใช้ an กับคำนามพหูพจน์หรือคำนามนับไม่ได้โดยตรง เพราะ a/an ใช้กับคำนามนับได้เอกพจน์ เช่น ใช้ apples หรือ some apples ไม่ใช่ an apples และใช้ advice ไม่ใช่ an advice ถ้าจะนับคำแนะนำ ให้พูดว่า a piece of advice
ข้อผิดพลาดเรื่อง an ที่พบบ่อย
- ดูตัวสะกดแทนเสียง: an hour ถูก เพราะ h ไม่ออกเสียง แต่ a university ถูก เพราะคำเริ่มด้วยเสียง “ยู”
- เลือก article จากคำนามหลักแทนคำที่อยู่ถัดไป: เขียน a delicious orange เพราะคำว่า delicious อยู่หลัง article และเริ่มด้วยเสียงพยัญชนะ
- คิดว่า an ใช้กับคำนามทุกคำที่ขึ้นต้นด้วยตัว a, e, i, o หรือ u: กฎจริงดูเสียง เช่น a European ใช้ a เพราะเสียงต้นคล้าย “ยู”
ลองเลือก a หรือ an
เติมคำให้ถูก: He is ___ engineer, and he works at ___ university.
เฉลย: an engineer เพราะเสียงต้นเป็นสระ และ a university เพราะคำว่า university เริ่มด้วยเสียง /j/ คล้าย “ยู”
สรุปการใช้ an
ใช้ an หน้าคำนามนับได้เอกพจน์ เมื่อเสียงต้นของคำถัดไปเป็นเสียงสระ เช่น an apple, an interesting book, an hour แต่ถ้าเสียงต้นเป็นพยัญชนะให้ใช้ a เช่น a useful idea ให้ฟังเสียง ไม่ต้องตัดสินจากตัวอักษรเพียงอย่างเดียว
อ้างอิงเพิ่มเติม: Cambridge Dictionary Grammar: A/an and the, British Council: Articles a, an, the และ Purdue OWL: Articles A versus An
