คำว่า the เป็นคำสั้น ๆ ที่เจอบ่อยมากในภาษาอังกฤษ แต่เวลาแปลเป็นไทยบางทีก็ไม่มีคำแปลตรงตัว จึงทำให้หลายคนไม่แน่ใจว่าควรใส่ตรงไหน พูดง่าย ๆ คือ the ใช้ชี้ว่ากำลังพูดถึงคนหรือสิ่งที่เฉพาะเจาะจง ผู้ฟังพอรู้ว่าเราหมายถึงอันไหน
ในบทความนี้จะพาดูความหมาย วิธีใช้ the ในสถานการณ์ที่เจอบ่อย การออกเสียง ตัวอย่าง และจุดที่มักใช้ผิด พร้อมเทียบกับ a และ an เพื่อให้เลือกได้ง่ายขึ้น

The คืออะไร?
The (อ่านใกล้เคียงว่า “เธอะ” หรือ “ดิ”) เป็น definite article หรือคำนำหน้านามแบบชี้เฉพาะ ใช้ได้กับคำนามนับได้ทั้งเอกพจน์และพหูพจน์ รวมถึงคำนามนับไม่ได้ เมื่อบริบทบอกได้ว่าหมายถึงคนหรือสิ่งใด
ลองดูความต่าง: I saw a dog. The dog was very small. — ฉันเห็นสุนัขตัวหนึ่ง แล้วสุนัขตัวนั้นตัวเล็กมาก ประโยคแรกใช้ a dog เพราะเพิ่งพูดถึง ยังไม่ชี้ว่าตัวไหน พอพูดซ้ำก็ใช้ the dog เพราะคนฟังรู้แล้วว่าหมายถึงตัวเดิม
หลักการใช้ the ที่เจอบ่อย
1. ใช้เมื่อพูดถึงสิ่งที่รู้กันว่าเป็นอันไหน
ถ้าผู้พูดกับผู้ฟังรู้จากสถานการณ์ว่าหมายถึงอะไร ใช้ the ได้ แม้จะยังไม่ได้เอ่ยคำนั้นมาก่อน เช่น Close the door, please. — ช่วยปิดประตูให้หน่อย ทั้งสองฝ่ายเห็นหรือรู้ว่าหมายถึงประตูบานไหน
2. ใช้เมื่อกล่าวถึงคำนามนั้นไปแล้ว
เมื่อแนะนำสิ่งหนึ่งด้วย a/an แล้วกล่าวถึงสิ่งเดียวกันต่อ ให้ใช้ the เช่น She bought a book. The book is about dogs. — เธอซื้อหนังสือเล่มหนึ่ง หนังสือเล่มนั้นเกี่ยวกับสุนัข
3. ใช้กับสิ่งที่มีหนึ่งเดียวหรือชัดเจนในบริบท
ตัวอย่างเช่น the sun (ดวงอาทิตย์), the moon (ดวงจันทร์) หรือ the manager of this shop (ผู้จัดการของร้านนี้) ข้อสำคัญคือใช้เมื่อบริบทชี้ชัดว่าหมายถึงสิ่งใด ไม่ใช่แค่เพราะคำนามนั้นมีชื่อเฉพาะ
4. ใช้หน้าคำขั้นสุดและลำดับที่
มักใช้ the กับคำคุณศัพท์ขั้นสุดและลำดับ เช่น the tallest building (ตึกที่สูงที่สุด), the best answer (คำตอบที่ดีที่สุด), the first day (วันแรก) และ the second page (หน้าที่สอง)
5. ใช้เมื่อมีคำขยายทำให้คำนามเฉพาะเจาะจง
ถ้าตามหลังด้วยวลีที่บอกว่าเป็นคนหรือสิ่งไหน เช่น the students in my class (นักเรียนในห้องของฉัน), the water in this bottle (น้ำในขวดนี้) หรือ the woman wearing a red coat (ผู้หญิงที่ใส่เสื้อโค้ตสีแดง) ก็ใช้ the เพราะคำขยายช่วยระบุชัด
ใช้ the กับคำนามเอกพจน์ พหูพจน์ และนับไม่ได้
The ใช้กับคำนามได้หลายแบบ ไม่จำเป็นต้องเป็นเอกพจน์เท่านั้น:
- เอกพจน์: The cat is sleeping. — แมวตัวนั้นกำลังนอน
- พหูพจน์: The cats are sleeping. — แมวพวกนั้นกำลังนอน
- นับไม่ได้: The coffee on the table is cold. — กาแฟบนโต๊ะเย็นแล้ว
คำนามนับไม่ได้จะใช้ the เมื่อหมายถึงปริมาณหรือส่วนที่ระบุชัด เช่น กาแฟบนโต๊ะ แต่ถ้าพูดถึงกาแฟโดยทั่วไป ใช้ Coffee is popular. โดยไม่ต้องใส่ article
กรณีที่มักไม่ใช้ the
ถ้าพูดถึงสิ่งต่าง ๆ โดยทั่วไป มักไม่ใส่ the หน้าคำนามพหูพจน์หรือคำนามนับไม่ได้ เช่น Dogs need exercise. — สุนัขต้องการการออกกำลังกาย (พูดถึงสุนัขทั่วไป) และ Music helps me relax. — ดนตรีช่วยให้ฉันผ่อนคลาย
ชื่อคนและชื่อสถานที่หลายชนิดก็ไม่ใช้ the เช่น Lisa, Thailand, Bangkok แต่มีชื่อภูมิประเทศบางกลุ่มที่ใช้ เช่น the Pacific Ocean หรือ the United States จึงควรจำเป็นกลุ่มคำเมื่อพบ
ตัวอย่างประโยค the พร้อมคำแปล
- Where is the key? — กุญแจอยู่ที่ไหน (หมายถึงกุญแจที่เรารู้กัน)
- The children are playing outside. — เด็ก ๆ กลุ่มนั้นกำลังเล่นข้างนอก
- Please pass me the salt. — ช่วยส่งเกลือให้ฉันหน่อย
- This is the most interesting part. — นี่คือส่วนที่น่าสนใจที่สุด
- The food we ordered is ready. — อาหารที่เราสั่งพร้อมแล้ว
ออกเสียง the อย่างไร?
โดยทั่วไป the ออกเสียงเบา ๆ ว่า /ðə/ เมื่อนำหน้าคำที่เริ่มด้วยเสียงพยัญชนะ เช่น the book และมักออกเสียง /ðiː/ คล้าย “ธี” เมื่อนำหน้าคำที่เริ่มด้วยเสียงสระ เช่น the apple หรือเมื่อต้องการเน้นคำ อย่างไรก็ตาม เวลาพูดจริงอาจมีความแตกต่างตามสำเนียงและจังหวะประโยค
The ต่างจาก a และ an อย่างไร?
The ใช้กับสิ่งที่ชี้เฉพาะหรือผู้ฟังรู้ว่าเป็นอันไหน ส่วน a/an ใช้กับคำนามนับได้เอกพจน์ที่ยังไม่ชี้เฉพาะ มักเป็นการกล่าวถึงครั้งแรก เช่น I saw a bird. The bird was blue. — ฉันเห็นนกตัวหนึ่ง นกตัวนั้นสีฟ้า
ถ้าอยากดูวิธีใช้แยกแต่ละคำ อ่านต่อได้ที่ a แปลว่าอะไรและใช้ยังไง กับ an ใช้เมื่อไร
ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง
- อย่าใส่ the ทุกครั้งที่เห็นคำนาม ถ้าพูดถึงสิ่งทั่วไป เช่น Books are useful. ไม่ต้องเขียน The books are useful. เว้นแต่หมายถึงหนังสือกลุ่มที่รู้กัน
- อย่าสับสนระหว่าง a/an กับ the: a chair คือเก้าอี้ตัวหนึ่งที่ยังไม่ระบุ ส่วน the chair คือเก้าอี้ตัวที่ชี้ชัด
- อย่าแปล the แยกคำแบบตายตัว ให้ดูว่าคำนามนั้นเฉพาะเจาะจงจากบริบทหรือไม่
ลองเลือกคำตอบ
เติม a หรือ the: I saw ___ bird in the garden. ___ bird was eating.
เฉลย: I saw a bird in the garden. The bird was eating. ครั้งแรกยังไม่รู้ว่านกตัวไหนจึงใช้ a พอพูดถึงตัวเดิมอีกครั้งจึงใช้ the
สรุปการใช้ the
The เป็นคำนำหน้านามที่ใช้ชี้เฉพาะ จำหลักง่าย ๆ ว่าถ้าผู้ฟังรู้หรือเดาได้จากบริบทว่าหมายถึงคนหรือสิ่งไหน มักใช้ the ใช้ได้กับคำนามเอกพจน์ พหูพจน์ และนับไม่ได้ แต่เมื่อพูดถึงสิ่งทั่วไป มักไม่ต้องใส่ article ลองสังเกตว่าคำนามในประโยค “ชัดแล้วหรือยังว่าอันไหน” จะช่วยตัดสินใจได้ดีขึ้น
ข้อมูลเพิ่มเติม: Cambridge Dictionary Grammar: A/an and the และ British Council: Articles a, an, the
