Subject Verb Agreement คืออะไร สังเกตุยังไง มาดูบทสรุปเข้าใจง่ายๆกันนะ…

0
1435

subject verb agreement คืออะไรครับ ช่วยบอกหน่อยได้ไหมครับ…? ได้สิครับ วันนีัเราจะมาเรียนรู้เรื่อง agreement of subject and verb กันนะครับว่ามันคืออะไร เอาให้ตาสว่างกันเลยนะครับ

subject verb agreement

subject-verb agreement คืออะไร

บางคนเขียนเป็น Subject verb agreement บางคนก็เรียกเป็น Agreement of subject and verb อันนี้คือชื่อเรียกนะครับ ความหมายของมันคือ

  • subject = ประธาน
  • verb = กริยา
  • agreement ความสอดคล้องกัน

ดังนั้น Subject-verb agreement หมายความว่า ความสอดคล้องกันของประธานกับกริยา

คำว่าสอดคล้องในที่นี้หมายถึง ใช้กริยาให้ตรงกับประธาน ซึ่งกฎเกณฑ์ในภาษาอังกฤษเรื่องประธานกับกริยามีหลักการจำง่ายๆคือ

  • หากประธานมีคนเดียว (ประธานเอกพจน์) กริยาเติม s 
  • หากประธานมีหลายคน (ประธานพหูพจน์) ไม่ต้องเติม s

คำว่า คนเดียว หมายถึง หนึ่งคน หนึ่งตัว หนึ่งอัน หนึ่งแห่ง หนึ่งอย่าง หนึ่งบลาๆๆๆ…

ส่วน หลายคน (ตั้งแต่ 2 ขึ้นไป) หมายถึง หลายคน หลายตัว หลายอัน หลายแห่ง หลายบลาๆๆ…

ตัวอย่างเช่น

  • She works for ABC company. หล่อน (คนเดียว) ทำงานให้กับบริษัทเอบีซี
  • We work for XYZ company. พวกเรา (หลายคน) ทำงานให้กับบริษัทเอ็กซ์วายแซด

คำว่า She (หล่อน) ซึ่งเป็นประธานของประโยคมีแค่คนเดียว ดังนั้น กริยา work เติม s เป็น works

  • This cat comes from the USA. แมวตัวนี้ (ตัวเดียว) มาจากอเมริกา
  • These dogs come from the UK. สุนัขเหล่านี้ (หลายตัว) มาจากสหราชอาณาจักร

คำว่า cat (แมว) ซึ่งเป็นประธานของประโยค มีแค่คนเดียว ดังนั้น กริยา come เติม s เป็น comes

  • He is a doctor. เขาเป็นหมอ
  • We are teachers. พวกเราเป็นครู

คำว่า He (เขา) ซึ่งเป็นประธานของประโยค มีแค่คนเดียว ดังนั้น กริยาลงท้ายด้วย s

“สรุป subject verb agreement คือการใช้คำกริยาให้สอดรับกับประธานของประโยคนั่นเอง”

  • ประธานเอกพจน์ ใช้กริยาเอกพจน์
  • ประธานพหูพจน์ก็ใช้กริยาพหูพจน์

ถ้าเราเรียนหลักภาษา หรือ ไวยากรณ์ คงจะคุ้นเคยกับตารางการแยกประธาน กับกริยา เป็นช่องๆนะครับ นั่นแหละครับ Subject verb agreement ส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น

  • กลุ่มเอกพจน์ (he, she, it, a cat, a boy)
  • และกลุ่มพหูพจน์ (I, you, we, they, cats, boys)

ยกเว้น is, am, are ที่แบ่งเป็นสามกลุ่ม เพราะ I ใช้ไม่เหมือนใคร

ตาราง Verb to be (Is Am Are)

I am
(เอกพจน์) He, She, It, A cat is
(พหูพจน์) You, We, They, Cats are

 

ตาราง Verb to be (Was Were)

(เอกพจน์) I, He, She, It, A cat was
(พหูพจน์) You, We, They, Cats were

 

ตาราง Have Has

(เอกพจน์) He, She, It, A cat has
(พหูพจน์) I, You, We, They, Cats have

 

เหล่านี้คือ subject verb agreement ที่เขาจำแนกให้แล้ว ถ้าใช้ผิดจากนี้ถือว่าผิดหลักภาษาทันที และอย่างที่เกริ่นไว้เบื้องต้นว่า ประธานคนเดียวกริยาเติม s ก็ดูเอาเองนะครับ

  • I am a teacher. ผมเป็นครู
  • She is a doctor. หล่อนเป็นหมอ
  • We are students. พวกเราเป็นนักเรียน
  • He was a teacer. เขาเคยเป็นครู
  • You were a nurse. คุณเคยเป็นพยาบาล
  • A cat has four legs. แมวมีสี่ขา
  • I have two legs. ผมมีสองขา

ปล. แต่ไม่ใช่จะเติม s มันซะทุกตัวนะครับ บางตัวเขาเติม es

⇒ การเติม s es ท้ายกริยา

และ ปล. ถ้าจะเอาให้แจ่มแจ้งต้องไปเรียนรู้โครงสร้างของ ⇒ Tense ทั้ง 12 นะครับ ไปดูว่าโครงสร้างของแต่ละตัวเป็นอย่างไร

ประธานเอกพจน์ ประธานพหูพจน์

อย่างที่อธิบายไปแล้วนะครับว่า ถ้าประธานเอกพจน์ก็ให้ใช้กริยาให้ถูกต้อง และประธานพหูพจน์ก็เช่นกัน ถ้าเราใช้ไม่ถูกต้องมันจะเป็นยังไง มาดูตัวอย่างภาษาไทยกันนะครับจะได้เห็นภาพ

  • ฉันเห็นพระสงฆ์รูปหนึ่ง กำลังนั่งกินข้าวอยู่ใต้ต้นไม้

ไม่ใช่ พระต้องใช้คำว่า ฉัน จึงจะถูกต้อง

  • พระราชากำลังฉันมะม่วง

นี่ก็ไม่ถูก ต้องใช้คำว่า เสวย สิ อีกตัวอย่างเน๊าะ เอาให้จบ

  • เด็กชายกำลังเสวยอาหารเช้าในครัว

อันนี้ไปกันใหญ่เลย คนธรรมดาสามัญใช้คำว่า กิน หรือ ทาน หรือ รับประทาน แค่นั้น

เป็นไงครับ สื่อความหมายได้ใช่ไหม สื่อได้ครับแต่มันผิดหลักภาษา ซึ่งภาษาไทยจะจำแนกคำสำหรับคนสามัญ พระ และพระราชา

ในภาษาอังกฤษก็จำแนกเหมือนกัน แต่ภาษาอังกฤษเขาจำแนกเฉพาะกริยาสำหรับ “ประธานเอกพจน์ และประธานพหูพจน์”แค่นั้นเอง

⇒ ประธานเอกพจน์มีอะไรบ้าง

ประธานของประโยคจะมาจาก คำนาม และคำสรรพนาม นะครับ

♦ คำนามเอกพจน์

คำนามต่อไปนี้เป็นเอกพจน์ เพราะมีแค่คนเดียว อันเดียว ตัวเดียว แห่งเดียว ฯลฯ…

  • คนเดียว  เช่น  a man, a doctor, a boy, a sister, a brother, a king
  • ตัวเดียว  เช่น  a dog, a pig, a bird, a cat, a lion, a cow, a tiger
  • อันเดียว  เช่น  an apple, a book,  a car, a pen, a house, a fan
  • สถานที่เดียว  เช่น  a school, a bank , a station, a temple

 เรียนรู้เพิ่มเติม  ⇒ เปลี่ยนเอกพจน์ เป็นพหูพจน์  ⇐

♦ คำสรรพนามเอกพจน์

คำสรรพนามคือ คำที่ใช้แทนคำนาม นะครับ

He ฮี เขา
She ชี หล่อน
It อิท มัน
One วัน หนึ่ง
This ดิส นี่
That แด็ท นั่น
Another อะนั๊ดเดอะ อีกหนึ่ง
One of… วัน ออฟ หนึ่งใน…

⇒ ประธานพหูพจน์มีอะไรบ้าง

คำนามพหูพจน์

คำนามต่อไปนี้เป็นพหูพจน์ เพราะมีหลายคน หลายตัว หลายอัน ฯลฯ

  • หลายคน เช่น men, doctors, boys, sisters, brothers, kings
  • หลายตัว เช่น  dogs, pigs, birds, cats, lions, cows, tigers
  • หลายอัน เช่น  apples, books,  cars, pens, houses, fans
  • หลายสถานที่ เช่น  schools, banks, stations, temples

 เรียนรู้เพิ่มเติม  ⇒ เปลี่ยนเอกพจน์ เป็นพหูพจน์  ⇐

คำสรรพนามพหูพจน์

I ไอ ฉัน (ฉัน ความจริงเป็นเอกพจน์ แต่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มนี้)
You ยู คุณ
We วี พวกเรา
They เด พวกเขา
Ones วันส หลาย
These ดีส เหล่านี้
Those โดส เหล่านั้น
Others อั๊ดเดิส อื่นๆ

ตัวอย่างด้านบนถือว่ายังง่ายอยู่ เพราะว่าแบ่งแยกชัดเจน ว่าอันไหนเป็นเอกพจน์ อันไหนเป็นพหูพจน์

แต่ว่ามันยังมีคำอื่นๆอีกมากมายหลายคำ และสำนวนต่างๆอีกหลายสำนวนที่เราต้องเรียนรู้และจดจำ เพราะมันมักจะลวงเราในข้อสอบให้เราตอบผิดนั่นเอง มาดูตัวอย่างต่อไปนี้นะครับ

  • Everyone แปลว่า ทุกคน 
  • Someone แปลว่า บางคน

สองคำด้านบน มันน่าจะมีกีคนครับ น่าจะมีหลายคนเน๊าะ แต่ผิดครับ ฝรั่งเขาว่า Everyone ถือว่ามีแค่คนเดียว (เอกพจน์) และ someone ก็คนเดียวเหมือนกัน

Everyone are tall. ทุกคนตัวสูง (ผิด)

Everyone is tall. ทุกคนตัวสูง (ถูก)

อันนี้เป็นเกริ่นนำ Subject Verb Agreement ใน part 2 นะครับ ซึ่งยังมีอะไรให้ศึกษาอีกพอสมควร พร้อมแล้วก็ไปต่อ Part 2 เลยนะครับ

 เรียนรู้เพิ่มเติม  ⇒ Subject Verb Agreement EP. 2 

 บทเรียนที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง 

 บทเรียนแนะนำ
 หมวดคำศัพท์
 หมวดหลักไวยากรณ์
  • สรุป Tense 12 ละเอียดเข้าใจง่าย
  • Past Simple Tense บอกเล่าเรื่องในอดีต แต่ระวังการใช้คำกริยาให้ดี
 หมวดจิปาถะ