คิดว่าทุกคนสามารถท่องเดือนทั้ง 12 ได้กันนะครับ แต่รู้ไหมว่าตัวย่อเดือนภาษาอังกฤษนั้น เขาเขียนอักษรย่อกันยังไง บอกเคล็ดลับตรงนี้เลยก็ได้คับ การย่อเดือนนั้นทำง่ายๆ คือ เอาตัวอักษรสามตัวแรกของเดือนมาเขียนก็แค่นั้นเองครับ เห็นไหม…ง่ายนิดเดียว ตัวย่อเดือนภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นปฏิทิน ตารางเรียน ตารางทำงาน เอกสารราชการ หรือการเขียนวันที่ในภาษาอังกฤษ หลายคนอาจรู้จักชื่อเดือนภาษาอังกฤษครบทั้ง 12 เดือนแล้ว แต่เมื่อเจอรูปแบบตัวย่อ เช่น Jan, Feb หรือ Sept กลับเกิดความสับสน ไม่แน่ใจว่าใช้ถูกหรือไม่ บทความนี้จึงรวบรวมตัวย่อเดือนภาษาอังกฤษทั้งหมดมาอธิบายอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจและจดจำได้ง่ายขึ้น ในบทความนี้ คุณจะได้พบกับ ตารางตัวย่อเดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือน ที่จัดเรียงอย่างชัดเจน อ่านง่าย พร้อมคำอธิบายการใช้งานที่ถูกต้อง เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น เด็กนักเรียน ครูผู้สอน และผู้ที่ต้องการทบทวนความรู้ เนื้อหาถูกออกแบบให้จำง่ายและสามารถนำไปใช้ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการเขียนวันที่ การกรอกเอกสาร หรือการสื่อสารทั่วไปในภาษาอังกฤษ หากคุณกำลังมองหาบทความที่สรุปตัวย่อเดือนภาษาอังกฤษแบบ “ดูครั้งเดียว เข้าใจ และใช้งานได้ทันที” บทความนี้คือคำตอบที่คุณกำลังมองหาแน่นอนครับ ตัวย่อเดือนภาษาอังกฤษ ไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลงให้เสียเวลา ไปดูการเขียนอักษรย่อของเดือนต่างๆกันได้เลย January เดือนมกราคม […]
คำว่า looking forward แปลตามคำศัพท์คือ มองไปข้างหน้า แต่ความหมายจริงๆของวลีนี้คือ ตั้งหน้าตั้งตารอคอย อ้อ… วลีที่ถูกต้องของคำนี้ต้องมี to ต่อท้ายด้วยนะ looking forward to… ก่อนอื่นมาเรียนรู้คำและโครงสร้างที่ถูกต้องกันก่อนนะ จริงๆแล้วรากศัพท์ของวลีนี้คือ “look forward to” look แปลว่า มอง forward แปลว่า ช้างหน้า to แปลว่า เพื่อ หลัง to จะต้องตามด้วยคำนาม (noun) หรือ กริยาที่เติม ing (gerund) นะครับ ความหมายของวลีนี้ตามพจนานุกรมเคมบริจ คือ… “to feel pleased and excited about something that is going to happen” มีความรู้สึกยินดี และตื่นเต้นเกี่ยวกับบางสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ดังนั้น สำนวนนี้จึงแปลเป็นไทยๆได้ว่า […]
คำว่า ช่วงนี้ ภาษาอังกฤษ คือ lately อันนี้เป็นคำแปลที่ตรงที่สุดล่ะ หมายถึงระยะเวลานับจากตอนนี้ย้อนกลับไปไม่นานนัก ในภาษาไทยก็จะมีคำอื่นในความหายเดียวกัน เช่น หลังๆมานี้ พักหลังมานี้ ช่วงหลังมานี้ เป็นต้น ช่วงนี้ ภาษาอังกฤษ… lately อ่านว่า เล๊ทลิ แปลว่า ช่วงนี้ มาดูตัวอย่างประโยคที่มีคำว่า lately ประกอบอยู่ในประโยคกันดีกว่านะครับ จะได้เห็นภาพ หรือเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น ว่าเขานำไปใช้กันอย่างไร ตัวอย่างประโยค I’ve been a bit busy lately.ไอฝ บีน ไคว๊ บิ๊ซิ เล๊ทลิช่วงนี้ฉันยุ่งนิดหน่อย I’ve been quite busy lately.ไอฝ บีน ไคว๊ บิ๊ซิ เล๊ทลิช่วงนี้ฉันค่อนข้างยุ่ง หรือฉันช่วงนี้ฉันไม่ค่อยว่าง You’ve been pretty busy lately.ยูฝ บีน พริ๊ททิ บิ๊ซิ เล๊ทลิช่วงนี้คุณค่อนข้างยุ่ง […]
เห็นแก่ตัว… คนที่มีนิสัยเช่นนี้ มักจะไม่เป็นที่รักของใครหลายๆคน เพราะเขาจะเอาตัวเองเป็นจักรวาลนั่นเอง วันนี้เราจะมาเรียนรู้คำและประโยคเห็นแก่ตัว ภาคภาษาอังกฤษกะแล้วกันนะครับ… เห็นแก่ตัว ภาษาอังกฤษ… ก่อนอื่นมาเรียนรู้คำศัพท์กันก่อนนะครับ คำว่า เห็นแก่ตัว ภาษาอังกฤษคือ… selfish อ่านว่า เซ็ลฟิช ความหมายตามพจนานุกรมของ เคมบริจ : Someone who is selfish only thinks of their own advantage แปลว่า คนที่ selfish คิดถึงแต่ผลประโยชน์ตัวเองเท่านั้น นั่นคือ เห็นแก่ตัว นั่นเอง ประโยคเห็นแก่ตัว…ภาษาอังกฤษ มาดูตัวอย่างประโยคและวลีเสริมความเข้าใจให้ยิ่งขึ้นดีกว่า… Don’t be selfish.อย่าเห็นแก่ตัว Don’t be so selfish.อย่าเห็นแก่ตัวให้มากนัก I hate selfish people.ฉันเกลียดคนเห็นแก่ตัว He is a selfish man.เขาเป็นผู้ชายเห็นแก่ตัว Stop being […]
คำว่า make แปลว่า ทำ ซึ่ง กริยา 3 ช่องของคำนี้คือ make made made ทั้งสามคำมันก็มีความหมายเดียวกันนั่นแหละครับ แต่หลักการนำไปใช้ เขาใช้ยังไงกัน ไปดูตัวอย่างประโยคให้เข้าใจแจ่มแจ้งกันเลยครับ กริยา 3 ช่อง make: ทำ ช่อง 1 ช่อง 2 ช่อง 3 make made made ทำ เมด เมด ตัวอย่างประโยค มาดูตัวอย่างประโยคการนำไปใช้ของกริยา 3 ช่องกันนะครับ จะได้เข้าใจยิ่งขึ้น ช่อง 1 make ช่อง 1 เอาไว้เล่า เรื่องราวเท็จจริงทั่วไป My dad often makes dinner.พ่อของฉันทำอาหารเย็นบ่อยๆ It always makes me feel anxious. […]
คำว่า have แปลว่า มี กิน ดื่ม ซึ่ง กริยา 3 ช่องของคำนี้คือ have had had ทั้งสามคำมันก็แปลว่า มี กิน ดื่ม นั่นแหละครับ แต่หลักการนำไปใช้ เขาใช้ยังไงกัน ไปดูตัวอย่างประโยคให้เข้าใจแจ่มแจ้งกันเลยครับ กริยา 3 ช่อง have: มี กิน ดื่ม ช่อง 1 ช่อง 2 ช่อง 3 have, has had had แฮฟ แฮด แฮด ตัวอย่างประโยค ทั้งสามคำนี้ต่างก็แปลว่า มี กิน ดื่ม ทั้งหมดเลยนะครับ แต่คำนี้พอมันเติม s ท้ายคำ มันกลับแปลงร่างเป็น has เฉยเลย มีหลักการใช้ต่างกัน ดังนี้ […]
คำว่า ไม่มี ภาษาอังกฤษคือ not have นั่นเอง นอกจากนี้ก็ยังมี คำหรือสำนวนอื่นๆ ที่สามารถใช้ได้เหมือนกัน แต่ต้องดูนึดนึงว่าเขาใช้กันในบริบทไหนบ้าง เช่น have no, there is no, there is not, there’s nothing, etc. ไม่มี ภาษาอังกฤษ… ถ้าเอาคำว่า ไม่มี เป็นตัวตั้ง แล้วเราพยายามหาความหมายของภาษาอังกฤษมาเทียบเคียงแล้วละก้อ…จะมีหลากหลายสำนวนมากเลยนะครับ ซึ่งอันนี้ก็ต้องพึงระวังหลักการนำไปใช้นิดนึง เพราะว่าแต่ละคำหรือสำนวน ถ้าใช้ไม่ถูกต้อง เจ้าของภาษาเขาจะงงเอาได้หน่ะ… …ไม่มี…not have / have no คำว่าไม่มี ในบริบทประมาณว่า ฉันไม่มีสิ่งนั้นสิ่งนี้ เราจะใช้ …not have ภาษาพูดมักย่อเป็น …n’t have I don’t have a pen.ฉันไม่มีปากกา I don’t have any […]
คำว่า apologize แปลว่า ขอโทษ คล้ายกันกับ sorry นั่นแหละฮะ แต่พอนำใปใช้ในการสนทนาที่เป็นรูปประโยค หรือวลี ก็ย่อมจะแตกต่างกันอยู่นะ ไปดูตัวอย่างประโยคเสริมความเข้าใจกันเลยครับ Apologize, apology และ sorry ก่อนอื่นมาดูความหมายและชนิดของคำก่อนนะครับ หลักการนิดนึง apologize อ่านว่า เออะพ็อลเลอะไจส เป็นคำกริยา แปลว่า ขอโทษ คำนี้เป็น AE (American English) ถ้าเป็น BE (British English) จะเขียนแบบนี้ apologise apology อ่านว่า เออะพ็อลเลอะจิ เป็นคำนาม แปลว่า การขอโทษ sorry อ่านว่า ซ๊อริ เป็นคำคุณศัพท์ แปลว่า ขอโทษ ตัวอย่างประโยค Apologize She wanted to apologize for being rude.หล่อนอยากจะขอโทษที่พูดจาหยาบคาย I […]
ฉันไม่ชอบ ภาษาอังกฤษ
คำว่า in time แปลว่า ทันเวลา ส่วน on time แปลว่า ตรงเวลา ดูจากคำแปลแล้วไม่น่าจะงงกันใช่ไหมครับ แต่บางคนก็ยังสงสัยว่ามันนำไปใช้ต่างกันยังไง เอาเป็นว่าไปดูตัวอย่างประโยคกะแล้วกัน เพื่อให้เข้าใจหลักการนำไปใช้ให้แจ่มแจ้งแถลงไขมากขึ้น in time กับ on time หลักการนำไปใช้ระหว่าง in time กับ on time มีหลักการง่ายๆดังนี้ in time แปลว่า ทันเวลา หมายถึง ช้ากว่านี้ถือว่าพลาด on time หมายถึง ตรงเวลา อันนี้ความหมายตรงตัว ตารางเวลาบอกว่ารถออก 9.00 น. ถ้ารถไฟออกเวลา 9.00 น. แปลว่า รถไฟ on time ถ้าเราไปถึงสถานีรถไฟ 8.59 หรือเร็วกว่านี้หน่อย ก็ถือว่าเราไปถึงสถานี in time แบบว่าทันเวลาที่จะขึ้นรถไฟอยู่นะ in […]










